แค่เปลี่ยนจาก Line + Excel เป็นระบบปิดดีล — เริ่มได้ใน 60 วินาที





53 บริษัท เปลี่ยน System แล้วภายในเดือนนี้
Trusted by growing Thai businesses

เรื่องจริงจากเจ้าของ SME
ถ้าเรื่องพวกนี้ฟังดูคุ้นๆ แสดงว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ทีมคุณ
ถ้าเจอสัก 3 ข้อจากนี้ บอกเลยว่าปัญหาไม่ใช่ทีมคุณ
ปัญหาคือ System (ระบบ) ที่คุณให้ทีมใช้ต่างหาก
กินข้าวกับลูกค้าอยู่ อยากรู้ว่าเดือนนี้ Pipeline (ขั้นตอนดีล) ไปถึงไหนแล้ว แต่ข้อมูลอยู่ใน Excel ที่คอมออฟฟิศ เปิดดูจากมือถือไม่ได้
คุณไม่เคยรู้จริงๆ ว่าเขาโทรกี่สาย นัดกี่คน ตามดีลไหนอยู่ เพราะทุกอย่างอยู่ใน Line ส่วนตัวของเขา ไม่ได้อยู่ใน System ของบริษัทเลย
ไม่มี Pipeline (ขั้นตอนดีล) ให้ดู ไม่รู้ว่าดีลหลุดตรง Stage (ขั้นตอน) ไหน ใครเป็นคนปล่อย ทุกอย่างอยู่ในหัวของ Sales แต่ละคน
Quote (ใบเสนอราคา) อยู่ Word ใบแจ้งหนี้อยู่ Excel ใบเสร็จอยู่ Drive ทีมนั่งขุดหากันเป็นชั่วโมง
เบอร์ลูกค้าทุกเบอร์อยู่ในมือถือส่วนตัว ประวัติคุยอยู่ใน Line พอคนไป ข้อมูลก็หายตามไปด้วย ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด
เคยคุยอะไร ส่ง Proposal (ข้อเสนอ) เวอร์ชันไหน นัดวันไหน ไม่มีที่เก็บ คนใหม่ไม่มั่นใจ ลูกค้าก็หงุดหงิด
ถ้าทีมขยันขนาดนี้ แต่ยอดยังไม่ขยับ
แสดงว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่คนแล้วล่ะ อยู่ที่ Vehicle (เครื่องมือ) ที่ให้เขาใช้ต่างหาก

สาเหตุที่แท้จริง
Sales ที่ดีทุกคน อยากขายของได้เยอะๆ
แต่ System ที่ให้ใช้มันไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อช่วยให้เขา “ปิดดีล” ได้ง่ายขึ้นเลย
ลูกค้าสามสี่สิบราย แต่ละรายสถานะไม่เหมือนกัน สลับไปมาระหว่าง Line กับ Excel จนลืมตามดีลที่ใกล้ปิดที่สุด
เป้าเดือนนี้ห้าแสน ตอนนี้ทำได้เท่าไหร่? ต้องนั่งรวมจาก Excel เอง พอรู้ตัวอีกทีก็สายเกินแก้แล้ว
เช้าพบลูกค้า บ่ายเปิด Demo (สาธิต) เย็นเพิ่งกลับ จะให้นั่งคีย์ข้อมูลอีก? ถ้าอัปเดตจากมือถือได้เลย ชีวิตจะง่ายกว่าเยอะ
รู้สึกว่ามันมีไว้ให้หัวหน้า monitor ไม่ใช่ช่วยปิดดีล เลยต่อต้านการใช้ระบบ
เบอร์อยู่ Line รายชื่ออยู่ Excel โน้ตอยู่ Notes ทุกครั้งที่จะโทร ต้องหาข้อมูลก่อน เสียเวลา
เก่งเรื่องสินค้า แต่กลัวการโทร ถ้ามี Context (ข้อมูลเดิม) ของลูกค้าก่อนคุย จะมั่นใจขึ้นเยอะ

ผมเคยอยู่จุดเดียวกับคุณ
แล้วผมก็เจอคำตอบ
ผมเคยอยู่จุดเดียวกับคุณนี่แหละครับ
เคยเสียเงินไปหลายล้านกับการพยายามแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ
เคยไม่ได้เงินเดือนเป็นเดือนๆ เคยทำงานถึงตี 3 แล้วตื่นมาลุยต่อตอน 7 โมง
ตอนนั้นผมโทษทีม โทษตลาด โทษเศรษฐกิจ
จนวันนึงผมถามตัวเองว่า
“ถ้าทีมขยันขนาดนี้ แต่ยอดไม่ขยับ ปัญหามันอยู่ตรงไหนจริงๆ?”
คำตอบ: ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คนขับ
อยู่ที่รถ
คุณกำลังให้ทีมเก่งๆ ลงสนามด้วยเครื่องมือที่ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อเรื่องนี้
คุณใช้ “เตาแก๊สปิกนิก” ทำอาหาร 50 จาน
ไม่ใช่เรื่องของ “ทำให้หนักขึ้น”
มันเป็นเรื่องของ “เปลี่ยนเครื่องมือ”
ถ้าอยากได้ผลลัพธ์ที่ต่างออกไปจากเดิม
คุณต้องเปลี่ยน Vehicle (เครื่องมือ) ให้ทีมแล้วล่ะครับ
ไม่ใช่ CRM ตัวใหญ่ๆ ไม่ใช่ ERP (ระบบบริหารองค์กร) ที่ซับซ้อน และไม่ใช่ Salesforce ที่ต้องจ้าง IT มาตั้งค่าเป็นแสน
SalesHub ทำเรื่องเดียว — เปลี่ยน Lead ให้กลายเป็นเงิน
Pipeline (ขั้นตอนดีล), ยอดขาย, Activity (กิจกรรม) ของทีม ดูจากมือถือได้ตลอด ไม่ต้องรอประชุม ไม่ต้องวิ่งไปถามใคร
บอกได้เลยว่าดีลไหนกำลังจะหลุด ดีลไหนใกล้ปิด พร้อมแนะนำสิ่งที่ต้องทำถัดไปให้ Sales แต่ละคน
อยู่หน้างานก็อัปเดตดีลได้เลย ไม่ต้องกลับมานั่งคีย์ข้อมูลให้เมื่อย ข้อมูลเข้า System ของบริษัทได้ทันที
ลาก-วางดีลผ่านแต่ละ Stage เห็นมูลค่ารวม เห็นว่าดีลไหนค้างนาน ไม่ต้องเปิด Excel อีก

18 ดีล · มูลค่ารวม ฿17.0M · อัปเดต 2 นาทีที่แล้ว
คุณวิชัย
คุณหมอสมชาย
คุณพิมพ์ชนก
คุณธนา
คุณอรุณ
คุณปิยะ
คุณณัฐ
ไม่ต้องรอประชุม ไม่ต้องถามทีม เปิดมาเห็นเลยว่าเดือนนี้ไปถึงไหนแล้ว
วันพุธ 7 พ.ค. 2026 · เป้าเดือนนี้: ฿5,000,000 · เหลืออีก ฿2,152,500
บจก. สยามเทค — ฿450,000
คุณวิภา
บจก. เจริญกิจ — ฿1,580,000
คุณธนกร
Thai Inno Corp. — พรุ่งนี้ 14:00
คุณปิยะนุช
โรงพยาบาลกรุงเทพ — ฿2,300,000
ระบบ
ออกแบบมาจากปัญหาจริงของทีมขาย SME ไทยโดยเฉพาะ
ไม่ได้ลอกมาจาก Salesforce แล้วเอามาแปลไทยเฉยๆ
ลากวางดีลผ่าน Stage (ขั้นตอน) ต่างๆ ได้เลย เห็นมูลค่ารวม เห็นอัตราปิดดีล เห็นว่าดีลไหนค้างนานเกินไป ไม่ต้องเปิด Excel อีก
มี Today View (มุมมองวันนี้) บอกเลยว่าวันนี้ต้องตามลูกค้าคนไหน นัดพบใคร ส่งเอกสารให้ใคร ไม่ต้องนั่งนึกเอง
ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี หัก ณ ที่จ่าย กดปุ่มเดียว เก็บลง Drive อัตโนมัติ
Sales ลาออก คนใหม่เปิดระบบดูประวัติทั้งหมดได้ใน 5 นาที ไม่ต้องเริ่มนับหนึ่ง
เห็นอัตราปิดดีลแต่ละ Stage (ขั้นตอน), Revenue Forecast (คาดการณ์รายได้), ผลงาน Sales แต่ละคน ได้ข้อมูลที่ช่วยตัดสินใจ ไม่ใช่แค่กราฟสวยๆ
ไม่ต้องย้ายไฟล์ ไม่ต้องเปลี่ยนขั้นตอนการทำงานเดิม เอกสารยังเก็บ Drive เหมือนเดิม แค่เพิ่ม System ช่วยจัดระเบียบ
ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี หัก ณ ที่จ่าย กดปุ่มเดียว บันทึกลง Google Drive อัตโนมัติ
123/45 ถ.สุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพ 10110
โทร 02-123-4567 · เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 0-1234-56789-01-2
เลขที่: QT-2026-0547
วันที่: 7 พ.ค. 2026
ใช้ได้ถึง: 6 มิ.ย. 2026
ลูกค้า
บริษัท เจริญกิจ จำกัด
789/10 ถ.พระราม 9 แขวงห้วยขวาง กรุงเทพ 10320
ผู้ติดต่อ: คุณอรุณ วงศ์เจริญ · 081-234-5678
| # | รายการ | จำนวน | ราคา/หน่วย | รวม |
|---|---|---|---|---|
| 1 | ระบบ Digital Signage รุ่น Pro 55" | 4 | 185,000.00 | 740,000.00 |
| 2 | ค่าติดตั้งและปรับแต่งระบบ | 1 | 120,000.00 | 120,000.00 |
| 3 | Server สำหรับ Content Management | 1 | 350,000.00 | 350,000.00 |
| 4 | ค่าบำรุงรักษา 12 เดือน | 1 | 180,000.00 | 180,000.00 |
ใบเสนอราคา QT-0547
7 พ.ค.
ใบแจ้งหนี้ IV-0312
7 พ.ค.
ใบเสร็จรับเงิน RC-0198
—
ใบกำกับภาษี TX-0198
—
หนังสือหัก ณ ที่จ่าย
—
เอกสารทุกฉบับถูกบันทึกลง Google Drive ของบริษัทคุณอัตโนมัติ แยกโฟลเดอร์ตามลูกค้า
ธุรกิจที่อยากขยายให้ใหญ่ขึ้นได้ ไม่เคยพึ่งแค่ Line กับ Excel หรอกครับ
Sales กระจายตามภาค ไม่รู้ว่าใครไปเข้าพบ รพ. ไหน ดีลหลุดเพราะลืมตาม
ทุกนัดถูกบันทึกอัตโนมัติ แยกดีลตามพื้นที่ เจ้าของเห็นพื้นที่ Coverage (ครอบคลุม) แบบ Real-time
ดีลหลักล้าน ใช้เวลา 2-6 เดือน ข้อมูลเดิมหายครั้งเดียว = เสียดีลทั้งตัว
เก็บข้อมูลทุกครั้งที่คุยกับลูกค้า AI เตือนเมื่อดีลค้างนาน ออกใบเสนอราคาจากระบบได้ทันที
โปรเจกต์เยอะ ลูกค้าเยอะ ติดที่ "ดีลนี้ใครดู?" กับ "ส่ง Proposal (ข้อเสนอ) ไปหรือยัง?"
ทุกดีลมีเจ้าของชัดเจน เอกสารออกจากระบบได้ทันที เก็บแยกโฟลเดอร์ลูกค้าแต่ละราย
ต้องตามติด HR ลูกค้าร้อยราย แต่ละรายมีรอบงบประมาณต่างกัน เสียดีลเพราะตามไม่ทัน
ระบบเตือนติดตามลูกค้าล่วงหน้า วางแผนได้ ไม่มีลูกค้าหลุดจากสายตาอีก
ไม่ใช่รีวิวปั้น — นี่คือผลลัพธ์จริงจากทีมขายที่เหมือนคุณ
“ก่อนหน้านี้ใช้ Excel ตาม Pipeline มีดีลหลุดเดือนละ 3-4 ตัว พอเริ่มใช้ SalesHub เดือนแรก ปิดดีลเพิ่มขึ้น 40% เพราะเห็นทุกอย่างชัด ไม่มีดีลไหนหลุดจากสายตาอีก”

“เอเจนซี่เราดูแลลูกค้า 30 ราย ก่อนหน้านี้ใครดูดีลไหนก็จำกันเอง พอ Sales ลาออก ข้อมูลหายหมด ตอนนี้ทุกอย่างอยู่ในระบบ คนใหม่เข้ามารับงานต่อได้ใน 1 วัน”

“ใบเสนอราคาที่เคยทำ 30 นาที ตอนนี้กด 10 วินาทีเสร็จ ทีมขายใช้เวลาไปขายจริงๆ แทนที่จะนั่งทำเอกสาร Revenue เดือนล่าสุดโตขึ้น 25% เพราะทีมมีเวลาตาม Lead มากขึ้น”





แค่เดือนแรกที่เริ่มใช้ SalesHub คุณจะเห็นความแตกต่างที่ชัดเจนตรงนี้เลย
ข้อมูลกระจาย 5 ที่ หาอะไรก็ไม่เจอ
ที่เดียว หาเจอใน 3 วินาที
ถามทีมว่าทำอะไร ได้คำว่า "ยุ่ง"
เปิด Dashboard เห็นทุกคนทันที
ออกใบเสนอราคา ใช้เวลาครึ่งวัน
กดปุ่มเดียว เสร็จใน 10 วินาที
Sales ลาออก ลูกค้าหายตาม
ข้อมูลอยู่ในระบบ คนใหม่รับต่อได้เลย
ไม่มี Pipeline (ขั้นตอนดีล) ใช้ Excel ตามยถากรรม
ลากวาง Pipeline เห็นอัตราปิดทุก Stage (ขั้นตอน)
รู้ยอดตอนสิ้นเดือน สายเกินแก้
เห็นพยากรณ์ยอดขายล่วงหน้า ปรับแผนทัน
แค่ 3 ขั้นตอนง่ายๆ ทีมคุณก็เริ่มใช้ SalesHub ได้ภายในวันนี้เลย
ใส่ชื่อบริษัท อีเมล รหัสผ่าน ได้ Workspace (พื้นที่ทำงาน) พร้อม Subdomain (ชื่อเว็บย่อย) ทันที ไม่ต้องจ้าง IT ไม่ต้องรอตั้งค่า
นำเข้าจาก Excel ได้เลย ตั้ง Pipeline (ขั้นตอนดีล) สร้างแบบฟอร์มเอกสาร วันเดียวเริ่มใช้ได้
ทีมอัปเดตจากมือถือ เจ้าของดู Dashboard ได้ทันที AI ช่วยวิเคราะห์ว่าต้องทำอะไรต่อ
SalesHub รวมทุกอย่างที่จำเป็นไว้ให้แล้ว ในราคาที่ SME อย่างเราจ่ายไหวสบายๆ
ลองก่อน จ่ายทีหลัง
น้อยกว่าค่ากาแฟทีมทั้งเดือน
ประหยัด ฿7,300.00 ต่อปี (17%)
SalesHub ออกแบบมาให้ทีมที่ไม่เคยใช้ระบบเริ่มได้เลย หน้าจอภาษาไทย ไม่ต้องเทรนเป็นอาทิตย์ ส่วนใหญ่เริ่มใช้ได้ตั้งแต่วันแรก
ระบบพวกนั้นสร้างมาเพื่อองค์กรใหญ่ที่มีทีม IT คอยตั้งค่า SalesHub สร้างมาให้ SME ไทยที่มีทีมขาย 3-10 คนโดยเฉพาะ ภาษาไทย ออกใบกำกับภาษีได้ หัก ณ ที่จ่ายได้ ในราคาที่ SME จ่ายไหว
ข้อมูลแต่ละ Workspace (พื้นที่ทำงาน) แยกกัน 100% ไม่มีทางเห็นข้ามกัน เอกสารเก็บใน Google Drive ของบริษัทคุณเอง ไม่ได้อยู่บนเซิร์ฟเวอร์เรา
ยกเลิกได้ทุกเมื่อ ไม่มีค่าปรับ ไม่มีสัญญาผูกมัด ข้อมูลยัง Export ได้
ไม่จำกัดจำนวนคน ไม่คิดเพิ่มต่อหัว จ่ายเป็น Workspace (พื้นที่ทำงาน) ไม่ใช่จ่ายเป็นรายคน
ได้จริง ออกแบบ Mobile-first (เน้นมือถือ) ทีมที่อยู่หน้างานอัปเดตดีล บันทึก Activity (กิจกรรม) ดูข้อมูลลูกค้าจากมือถือได้เลย
เริ่มต้นแค่ ฿365.00 ทดลอง 14 วัน — รายเดือน ฿3,650.00 / รายปี ฿36,500.00
แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมา ต่างกันหลายเท่า